วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พบพิรุธต่อสัญญา”เซ็นทรัล” “ยุทธนา”ขึ้นเขียงรอถูกเชือด


โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 21 ธันวาคม 2551 23:59 น.


ASTVผู้จัดการรายวัน- ต่อสัญญาเซ็นทรัล ส่อเค้าไม่โปร่งใส กมธ.คมนาคม วุฒิสภา ประสาน กมธ.ชุดการเงินและชุดสอบทุจริตตั้งอนุฯ สอบสวนเฉพาะ เผยข้ามขั้นตอน ทั้งสำนักงบ และ สศช.ยังไม่ให้ความเห็นก่อนชง ครม.ตามขั้นตอน แฉเร่งรีบเสนอ ครม.สมชายอนุมัติ เพื่อให้ทันก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค กรรมการมาตรา 13 ฉงน "ยุทธนา" ทำหนังสือตอบอัยการสูงสุดอ้างกรรมการมาตรา 13 ประชุมพิจารณากรณีที่อัยการติงร่างสัญญาแล้ว ทั้งที่ไม่มีประชุม

นายจารึก อนุพงษ์ ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในการต่อสัญญาเช่าที่ดินพร้อมทรัพย์สินบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธินจำนวน 47.22 ไร่ ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด โดย ร.ฟ.ท.ได้รับผลตอบแทน 2.1 หมื่นล้านบาทในระยะเวลา 20 ปีนั้น พบว่ามีการดำเนินงานหลายอย่างที่ยังมีข้อสงสัย ทั้งการเร่งรัดการเสนอขออนุมัติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2551 การเร่งรัดการลงนามสัญญาและการพิจารณาเรื่องผลตอบแทน และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ได้มา

ทั้งนี้ ประเด็นการต่อสัญญาดังกล่าวขณะนี้ได้ประสานไปยังคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล และคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา เพื่อตั้งอนุกรรมการร่วมในการตรวจสอบการต่อสัญญาเซ็นทรัลเพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุดแล้ว

"โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีมูลค่าสูง แต่การต่อสัญญากระทำอย่างเร่งรีบและไม่เปิดเผย ซึ่งในเบื้องต้นมีการตั้งข้อสังเกตในหลายประเด็น จึงต้องตั้งอนุกรรมการฯ โดยขอให้คณะกรรมาธิการ การเงิน การคลังและคณะกรรมาธิการตรวจสอบทุจริต มาร่วมทำงานด้วยเพื่อให้การตรวจสอบมีความครอบคลุมในทุกประเด็นและไม่ซ้ำซ้อน" นายจารึกกล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานของคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา ได้ขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดการพิจารณาเรื่องผลตอบแทนของการต่อสัญญา กระบวนการเสนอขออนุมัติครม. และขั้นตอนก่อนการเซ็นสัญญากับเซ็นทรัลทั้งหมด จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว

พร้อมกันนี้ได้มีการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว เช่น นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการฯ ร.ฟ.ท. นายอิทธิพล ปภาวสิทธิ์ รองผู้ว่าการฯ ด้านบริหารทรัพย์สิน ร.ฟ.ท.ซึ่งถูกตั้งเป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชน ตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 แทนนายนคร จันทรศร รองผู้ว่าการฯ ร.ฟ.ท. รวมถึงจะมีการเรียกคณะกรรมการคัดเลือกเอกชน ตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 ทุกคน ให้มาชี้แจงกระบวนการ ขั้นตอนการพิจารณาที่ผ่านมาด้วย

แหล่งข่าวกล่าวว่า คณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา ตั้งข้อสังเกตถึงเหตุผลในการ ผู้ว่าการฯ ร.ฟ.ท. เปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชน ตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุน 35 ทั้งที่เหลือขั้นตอนอีกเพียงเล็กน้อยก็จะสรุปแล้ว ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า ประธานคนเก่า หยุดการทำงาน ซึ่งในข้อเท็จจริงหลังจากคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนได้สรุปการพิจารณาเรื่องการต่อสัญญาและผลตอบแทนแล้ว และได้ส่งร่างสัญญาให้อัยการสูงสุดตามขั้นตอน โดยอยู่ระหว่างการรอหนังสือตอบกลับ ซึ่งอัยการสูงสุดได้ตอบกลับมาในวันที่ 27 พ.ย.2551 ในขณะที่คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ ได้มีมติไว้แล้วว่า จะมีการประชุมหลังจากอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาเสร็จ แต่เมื่ออัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาส่งกลับมายังร.ฟ.ท.คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนก็ไม่ได้มีการประชุมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ประเด็นข้อน่าสงสัย เช่น การเร่งเสนอที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2551 เพื่อให้ทันก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณยังไม่ให้ความเห็นมา ถือเป็นการเสนอเรื่องที่ไม่ผ่านขั้นตอนโดยสมบูรณ์หรือไม่

กรณีที่ใช้เวลาในการเสนอเรื่องจาก ร.ฟ.ท.ไปยังนายสันติ พร้อมพัฒน์ ซึ่งเป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น และเสนอ ครม.ภายในเวลา 2 วัน โดยที่คณะกรรมการคัดเลือกเอกชน ตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุน 35 ยังไม่ได้ประชุมกรณีที่อัยการสูงสุดได้มีความเห็นเกี่ยวกับร่างสัญญาถึง 3 ข้อ ถือว่าข้ามขั้นตอนที่สำคัญหรือไม่ และการที่ ครม.ให้ความเห็นชอบโดยให้ ร.ฟ.ท.ดำเนินการตามข้อท้วงติงของอัยการสูงสุดก่อนเซ็นสัญญา และบอร์ด ร.ฟ.ท.ได้รับทราบมติ ครม. และให้ดำเนินการตามข้อท้วงติงของอัยการสูงสุดก่อนเซ็นสัญญาเช่นกัน แต่ ร.ฟ.ท.ได้เซ็นสัญญากับเซ็นทรัลในวัดถัดจากประชุมบอร์ด ร.ฟ.ท.เลยนั้นรวดเร็วเกินไปหรือไม่

นอกจากนี้ นายยุทธนา ผู้ว่าการฯ ร.ฟ.ท.ยังทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดระบุว่า ตามที่อัยการสูงสุดได้ให้ข้อสังเกตร่างสัญญาข้อ 5.8.2 กำหนดวงเงินประกันภัยสำหรับความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกไว้เพียง 20 ล้านบาทต่อปี เมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ธุรกิจทั้งหมดและปริมาณผู้ใช้บริการของศูนย์การค้าดังกล่าวแล้ว ร.ฟ.ท.ควรพิจารณาทบทวนตัวเลขดังกล่าวว่าเป็นตัวเลขที่เหมาะสมหรือไม่นั้น ร.ฟ.ท.ได้พิจารณาปัญหาดังกล่าวแล้วเห็นว่า การกำหนดวงเงินประกันภัยสำหรับความรับผิดต่อบุคคลภายนอกไว้ไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาทต่อปี หากจำนวนเงินที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยไม่เพียงพอต่อความรับผิดชอบดังกล่าว บริษัทเซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด จะต้องรับผิดชอบชดใช้เพิ่มเติมทั้งสิ้นแต่เพียงผู้เดียว

โดยจำนวนเงินดังกล่าว ร.ฟ.ท.และเซ็นทรัล จะร่วมกันกำหนดขึ้นใหม่ทุก 5 ปี และคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนผู้ประกอบการที่ดินของ ร.ฟ.ท.บริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธินได้ประชุมร่วมกันในเรื่องนี้แล้ว โดยหนังสือดังกล่าว ลงวันที่ 28 พ.ย. 2551 หลังจากอัยการสูงสุดได้ตรวจร่างสัญญาส่งกลับมายัง ร.ฟ.ท.วันที่ 27 พ.ย.2551 เพียง 1 วันเท่านั้น และคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ ยืนยันว่าไม่ได้มีการประชุมร่วมกันตามที่ตอบไปยังอัยการสูงสุดแต่อย่างใด โดยได้มีการทำหนังสือแจ้งต่อคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ ทราบในภายหลังแทน

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา ให้ความสนใจกรณีการต่อสัญญาเซ็นทรัลอย่างมากและเห็นว่าการดำเนินการของ ร.ฟ.ท.ไม่ถูกต้องหลายขั้นตอนและมีการท้วงติงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงบประมาณ ซึ่ง ร.ฟ.ท.ได้ทำหนังสือสอบถามความเห็นไปก่อนเข้า ครม. แต่สำนักงบประมาณยังไม่ทันให้ความเห็นประกอบที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2551 ก็ให้ความเห็นชอบเรื่องดังกล่าวไปแล้ว

ด้านนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการฯ ร.ฟ.ท.ยืนยันว่า กระบวนการต่างๆ ในการเสนอขออนุมัติ ครม. เพื่อต่อสัญญาเซ็นทรัลนั้น ได้ผ่านการพิจารณามาตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว และการเร่งดำเนินการลงนามในสัญญาให้เรียบร้อยก่อนที่สัญญาเดิมจะครบกำหนด ในวันที่ 18 ธ.ค.2551 ก็เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในภายหลัง

สำหรับกรณีของการเช่าที่ดิน รฟท. ของบริษัทเซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด ได้ลงนามสัญญาเช่าที่ดินบริเวณดังกล่าวกับ รฟท. เมื่อปี 2521 เนื้อที่ 47.22 ไร่ (75,558 ตร.ม.) ในราคาปีละ 3 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา

โวย"ร.ฟ.ท."ขึ้นค่าเช่าโหด ร้องผู้ว่าฯอุตรดิตถ์คลี่ปม

มติชนรายวัน ปีที่ 31 ฉบับที่ 11237
วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาติ คะมีรัตน์ ประธานหอการค้า จ.อุตรดิตถ์ นำผู้เช่าช่วงที่ดิน และอาคารการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ถนนสำราญรื่น ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ 37 ราย ยื่นหนังสือต่อนายสักวรุณ เตชะจิตอาภรณ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ตัวแทนนายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ขอความเป็นธรรมกรณี ร.ฟ.ท.เลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนดในวันที่ 26 กรกฎาคม 2557 และขอขึ้นค่าเช่าจากเดือนละ 1,000 บาท เป็น 5,847 บาทต่อคูหา โดยต่อสัญญาให้ทุก 3 ปี ค่าเช่าจะเพิ่มแล้วแต่ ร.ฟ.ท.กำหนด

นายสมชาติกล่าวว่า ผู้เช่าช่วงดังกล่าวไม่ได้เช่าโดยตรงกับ ร.ฟ.ท.แต่เช่าช่วงจากบริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพ จำกัด จนกระทั่งปี 2544 ร.ฟ.ท.ฟ้องบอกเลิกสัญญากับบริษัท กรุงเทพ จำกัด โดยผู้เช่าช่วงไม่ทราบเรื่อง ตามกฎหมายผู้เช่าช่วงไม่ถือว่าผิดสัญญาแต่ ร.ฟ.ท.กลับมีหนังสือถึงผู้เช่าช่วงทุกรายให้มาทำสัญญาใหม่ถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายสักวรุณกล่าวว่า จะเชิญตัวแทนผู้เช่าช่วง ผู้แทน ร.ฟ.ท.และอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมหารือหาทางออกปัญหาที่เกิดขึ้น (กรอบบ่าย)

เปิดแผนพัฒนาที่ดินรถไฟ 3.6หมื่นไร่ทั่วปท. ให้เอกชนเช่ายาว20-30ปี แลก 2.1หมื่นล้าน

Prachachart Thurakij วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 - เวลา 08:04:45 น.

การรถไฟฯปัดฝุ่นขุมทรัพย์ที่ดิน 3.6 หมื่นไร่ทั่วประเทศ เปิดให้เอกชนเช่ายาว 20-30 ปี หวังสร้างรายได้ 2.1 หมื่นล้านบาทล้างหนี้ ดีเดย์ต้นปีี52 หลังบอร์ดอนุมัติพิมพ์เขียวแผนพัฒนา จับตาดีเวลอปเปอร์คว้าชิ้นปลามันโปรเจ็กต์ครบวงจร 3 ทำเลทองกลางเมือง

นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า วันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฯได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาที่ดินของการรถไฟฯปี 2552 ตามแผนจะนำที่ดินแปลงที่มีศักยภาพทั่วประเทศมาจัดประโยชน์รวมทั้งหมด 36,302 ไร่ โดยจะเปิดให้เอกชนและผู้สนใจนำไปพัฒนาเพื่อสร้างรายได้จากค่าเช่าที่ดิน อาคาร รวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง สัญญาเช่า 20-30 ปี หากแผนการดำเนินงานประสบความสำเร็จจะทำให้การรถไฟฯได้รับผลตอบแทนรวม 2.1 หมื่นล้านบาท ช่วยลดภาระหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมดในขณะนี้กว่า 5 หมื่นล้านบาท และช่วยเสริมสภาพคล่องทางด้านการเงินของการรถไฟฯ

พื้นที่ที่พัฒนาจะเป็น 3 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 โครงการพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเฉพาะย่านมักกะสัน พหลโยธิน และที่ดินบริเวณสถานีแม่น้ำ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่สนใจของเอกชนจำนวนมาก เนื่องจากอยู่ในทำเลทองย่านใจกลางเมือง เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ และศูนย์กลางการคมนาคมทั้งปัจจุบันและในอนาคต

ส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และ

ส่วนที่ 3 โครงการต่อสัญญาที่ดินและอาคารที่เปิดให้เช่าไปแล้วช่วงก่อนหน้านี้

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพใน กทม. ในทำเลมักกะสัน พหลโยธิน และสถานีแม่น้ำ จะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการขนาดใหญ่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น การรถไฟฯจะได้รับผลตอบแทนรวม 14,613 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้ ที่ดินในทำเลมักกะสัน จำนวน 571 ไร่ จะเปิดให้มีการพัฒนาในลักษณะผสมผสานทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า แหล่งเอ็นเตอร์เทน ร้านค้าปลอดภาษี อาคารสำนักงาน ฯลฯ เนื่องจากแปลงที่ดินมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีมูลค่าสูง และจะเป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมที่จะเชื่อมต่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ ภายหลังจากที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์เปิดให้บริการในปี 2552

โดยที่ดินแปลงนี้ การรถไฟฯตีราคาประเมินไว้ที่ 22,840 ล้านบาท กำหนดค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 2,971 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรกไม่น้อยกว่า 364 ล้านบาท อายุสัญญา 5 ปีแรกที่ก่อสร้าง บวกระยะเวลาเช่าจัดประโยชน์ 30 ปี และต่ออายุสัญญาได้อีก 25 ปี ผลตอบแทนรวม 12,000 ล้านบาท ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทบทวนผลการศึกษารูปแบบโครงการโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

จากเดิมวางแผนจะพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ครบวงจร มูลค่าลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท โดยส่วนที่ 1 แยกเป็นบริเวณ

1.1 บริเวณ 1 A เนื้อที่ 122 ไร่ ทางทิศตะวันออก ติดสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (CAT) พัฒนาเป็นศูนย์การค้า สถานบันเทิง ที่จอดรถ โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และอาคารสำนักงาน และ
1.2 บริเวณ 1 B เนื้อที่ 42 ไร่ ทางทิศตะวันตก ติดสถานีราชปรารภ พัฒนาเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของกรุงเทพฯ และอาคารสำนักงาน
1.3 บริเวณพื้นที่ 1 C เนื้อที่ 205 ไร่ ทางตอนล่างของพื้นที่ด้านทิศใต้ ติดถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พัฒนาเป็นศูนย์นิทรรศการ โรงแรม และศูนย์การแสดงสินค้า

ส่วนที่ 2 ประกอบด้วย

2.1 พื้นที่ 2 A เนื้อที่ 55 ไร่ อยู่บริเวณตอนกลางของที่ดินติดบึงมักกะสัน พัฒนาเป็นอาคารสูง
2.2 พื้นที่ 2 B เนื้อที่ 33 ไร่ ตอนกลางพื้นที่ติดบึงมักกะสัน และเชื่อมต่อกับส่วน 1 A ทางทิศตะวันออก พัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจ และอาคารสำนักงาน
2.3 พื้นที่ 2 C เนื้อที่ 42 ไร่ ทางตอนกลางของที่ดิน ติดบึงมักกะสัน และเชื่อมกับพื้นที่ส่วนที่ 3 พัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจ และอาคารสำนักงาน

สำหรับส่วนที่ 3 เนื้อที่ 72 ไร่ ระหว่างพื้นที่ส่วน 1 C และส่วน 2 C จะพัฒนาเป็น
3.1 ศูนย์แสดงสินค้า และศูนย์การประชุมสัมมนา

สถานีแม่น้ำ 279 ไร่ ราคาประเมิน 5,245.20 ล้านบาท กำหนดค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ไม่น้อยกว่า 682 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรกไม่น้อยกว่า 83 ล้านบาท อายุสัญญาเช่า ก่อสร้าง 4 ปีแรก บวกเช่าจัดประโยชน์ 30 ปี ผลตอบแทนรวม 2,265 ล้านบาท กำลังเตรียมว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้โครงการ เบื้องต้นพบว่าน่าจะพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้หลายรูปแบบเช่นเดียวกัน เพราะแปลงที่ดินอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ย่านพหลโยธิน 2,983 ไร่ ราคาประเมิน 41,660 ล้านบาท ส่วนรายได้อื่นๆ ยังไม่มีการประเมิน เนื่องจากต้องรอสรุปเรื่องการใช้พื้นที่ของโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ตามแผนที่เคยศึกษาไว้จะแบ่งพื้นที่พัฒนาเป็นโซนๆ เนื่องจากพื้นที่โครงการมีขนาดใหญ่ โดยอาจพัฒนาเป็นโครงการในลักษณะครบวงจร ทั้งแหล่งธุรกิจการค้า ศูนย์การค้า โรงแรม (โรงแรมราชธานีแห่งใหม่?) ส่วนที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน ฯลฯ

บ้านพักรถไฟ ก.ม.11 จำนวน 278.94 ไร่ ราคาประเมิน 7,252 กว่าล้านบาท กำลังจัดทำร่างทีโออาร์ว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ และเอนเนอร์ยีคอมเพล็กซ์ 2 หลัง บมจ.ปตท. จำนวน 17.13 ไร่ ราคาประเมิน 445 กว่าล้านบาท ค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ไม่น้อยกว่า 83 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรกไม่น้อยกว่า 13 ล้านบาท อายุสัญญาก่อสร้าง 4 ปี เช่าจัดประโยชน์ 30 ปี คาดว่าได้ผลตอบแทนรวม 347 กว่าล้านบาท กำลังเตรียมว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ

ส่วนที่ 2 โครงการพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ผลตอบแทนรวม 751 ล้านบาท ค่าธรรมจัดประโยชน์ 261 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรกไม่น้อยกว่า 31 ล้านบาท เช่น ที่ดินย่านรัชดาภิเษกแปลง 5-6 พื้นที่ 2.19 ไร่ ราคาประเมิน 96.25 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ 15.5 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรก 1.5 ล้านบาท อายุสัญญาเช่าก่อสร้าง 4 ปี เช่าจัดประโยชน์ 30 ปี ผลตอบแทน 41.58 ล้านบาท

ถนนเทิดพระเกียรติแปลง 1 พื้นที่ 4.78 ไร่ ราคาประเมิน 175 กว่าล้านบาท ค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ 22.8 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรกไม่น้อยกว่า 2.7 ล้านบาท อายุสัญญาเช่าก่อสร้าง 4 ปี จัดประโยชน์ 30 ปี ผลตอบแทน 75.75 ล้านบาท มหาชัย พื้นที่ 15.43 ไร่ ราคาประเมิน 154.3 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ 22.8 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรกไม่น้อยกว่า 3.1 ล้านบาท อายุเช่า 4 ปีแรกก่อสร้าง จัดประโยชน์ 30 ปี ผลตอบแทนรวม 66.69 ล้านบาท

นอกนั้นมีพหลโยธินแปลง 5 พื้นที่ 7.92 ไร่ ราคาประเมิน 515 ล้านบาท จัดประโยชน์ 30 ปี ผลตอบแทนรวม 222.48 ล้านบาท รัชดาภิเษก แปลง 4 พื้นที่ 0.73 ไร่ ราคาประเมิน 14 ล้านบาท จัดประโยชน์ 30 ปี ผลตอบแทนรวม 6 ล้านบาท รัชดาภิเษกแปลง 9 พื้นที่ 1.09 ไร่ ราคาประเมิน 52 ไร่ จัดประโยชน์ 30 ปี ผลตอบแทนรวม 22.46 ล้านบาท รัชดาภิเษก แปลง 34 พื้นที่ 0.91 ไร่ ราคาประเมิน 22 ล้านบาท จัดประโยชน์ 30 ปี ผลตอบแทนรวม 9.50 ล้านบาท ฯลฯ

ส่วนที่ 3 โครงการต่อสัญญา ผลตอบแทนรวม 20,133.230 ล้านบาท มีบริเวณสามเหลี่ยมพหลโยธิน กับบริษัทเซ็นทรัลฯ 47.22 ไร่ ราคาประเมิน 13,790 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ 400 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรกไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท อายุสัญญา 20 ปี ผลตอบแทนรวม 20,000 ล้านบาท สถานีหัวหิน บริเวณหัวหินช็อปปิ้งมอลล์ พื้นที่ 2.229 ไร่ ราคาประเมิน 165 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ 9.9 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรก 2.8 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี ผลตอบแทนรวม 47.24 ล้านบาท ฯลฯ

"เบ็ดเสร็จแผนพัฒนาที่ดินปี 2552 การรถไฟฯจะมีรายได้จากการเช่าที่ดิน ส่วนที่ 2 และ 3 เป็นค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ไม่น้อยกว่า 785 ล้านบาท ค่าเช่าปีแรกไม่น้อยกว่า 151 ล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนรวมไม่น้อยกว่า 21,195 ล้านบาท"

นอกจากนี้บอร์ดยังเห็นชอบในหลักการให้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ในการให้เอกชนลงทุนพัฒนาโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยเพื่อเป็นสวัสดิการพนักงานการรถไฟฯ ในพื้นที่บริเวณสะพานแดง บางซื่อ จำนวน 105 ไร่

การรถไฟฯ เปิดประมูลที่แปลงใหม่


จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2372 06 พ.ย. - 08 พ.ย. 2551

การรถไฟฯชงบอร์ดไฟเขียวเปิดประมูลที่ดินแปลง 5 ทำเลงามย่านพหลโยธิน 7.93 ไร่ ตรงข้ามประตูใหญ่ตลาดนัดจตุจักร เล็งเปิดให้เอกชนเช่า 30 ปี ตั้งเงื่อนไขให้เสนอค่าเช่าจัดประโยชน์ปีแรกไม่ต่ำกว่า 648 บาท/ตารางเมตร/ปี จากนั้นจะปรับเพิ่มปีละ 5% พร้อมกำหนดกรอบให้เอกชนไล่ผู้บุกรุกเองด้วย คาดออกประกาศเชิญชวนได้เดือนนี้


นายอิทธิพล ปภาวสิทธิ์ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ด้านบริหารทรัพย์สิน เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้เตรียมที่จะเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการการรถไฟฯ (บอร์ด) เพื่อดำเนินการออกประกาศเชิญชวนให้เอกชน หรือผู้ที่สนใจเสนอโครงการพัฒนาที่ดินบริเวณย่านพหลโยธิน แปลง 5 ซึ่งขณะนี้กำลังร่างกรอบข้อกำหนด (ทีโออาร์) อยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จ พร้อมขออนุมัติและออกประกาศเชิญชวนได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้


ด้านแหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่ง จากการรถไฟฯ กล่าวถึงรายละเอียดว่า การรถไฟฯ ได้พิจารณาแล้วและเห็นว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว ตั้งแต่ที่มีการประชุมคณะกรรมการการรถไฟฯ กรณีพิเศษ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2542 ซึ่งอนุมัติให้กระทรวงมหาดไทย เช่าที่ดินแปลง 5 ย่านพหลโยธิน เพื่อจัดทำโครงการตลาดเกษตรกร 76 จังหวัด และลานจอดรถ และภายหลังได้มีการเปลี่ยนแปลงให้องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ดำเนินการเช่าแทนนั้น จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 9 ปีเศษ แต่ก็ยังไม่ได้ข้อยุติแต่อย่างใด และเห็นว่าองค์การตลาดฯ ไม่ได้มีเจตนาในการดำเนินการจริงตามที่ขอเช่าพื้นที่มา


ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าแม้จะมีการร่วมหารือกับการรถไฟฯ หลายครั้งแล้ว แต่องค์การตลาดฯ ก็ยังไม่ยอมรับเงื่อนไขการเช่าที่ดินที่การรถไฟฯ แจ้งให้ทราบ กลับพยายามที่จะต่อรองเรื่อง ผลตอบแทน อายุสัญญาเช่า และการให้เอกชนเข้ามาร่วมในการดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ทำให้การรถไฟฯ ขาดโอกาสในการหารายได้ในพื้นที่ข้างต้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ตรงข้ามประตูใหญ่ของตลาดนัดจตุจักร มีศักยภาพในเชิงธุรกิจสูง


ดังนั้น เพื่อให้ได้รับประโยชน์ได้เต็มศักยภาพของพื้นที่ และเป็นการหารายได้มาชดเชยการขาดสภาพคล่องทางการเงิน อีกทั้งเพื่อเป็นการป้องกันผู้บุกรุกเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ การรถไฟฯ จึงได้เสนอขออนุมัติจากบอร์ด เพื่อบอกเลิกสัญญาเช่าต่อองค์การตลาดฯ เช่า และขอนำพื้นที่บริเวณดังกล่าว ออกให้เช่าเพื่อเสนอโครงการพัฒนา โดยออกประกาศเชิญชวน ตามเงื่อนไขที่การรถไฟฯ กำหนด และเมื่อได้ผู้ชนะการประมูลแล้ว การรถไฟฯ จะรายงานให้บอร์ดพิจารณาอนุมัติ ก่อนลงนามในสัญญาต่อไป ทั้งนี้องค์การตลาดฯ สามารถเข้าร่วมประมูลได้ด้วย เพียงแต่ต้องเสนอเงื่อนไขให้เหมาะสม


แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวต่อว่า สำหรับเงื่อนไขที่การรถไฟฯ กำหนดนั้น มีรายละเอียดคือ การรถไฟฯ จะนำราคาที่ดินที่เคยได้รับประโยชน์สูงสุด จากการแข่งขันเสนอราคาในบริเวณข้างเคียง คือ ตารางวาละ 162,500 บาท มาเป็นฐานในส่วนของการคิดอัตราผลตอบแทน ส่วนราคาที่ดินจะคิดตามราคาจริงคือ ตารางวาละ 50,000 บาท


สำหรับพื้นที่ที่จะเปิดให้เช่า นั้น จะมีขนาดพื้นที่ 12,680 ตารางเมตร หรือ 7.93 ไร่ ซึ่งผู้เสนอราคาต้องเสนอราคาค่าธรรมเนียมสำหรับการจัดประโยชน์ ขั้นต่ำไม่น้อยกว่าตารางเมตรละ 5,284 บาท เป็นเงินค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ไม่น้อยกว่า 67,007,460.00 บาท, มีกำหนดอายุสัญญาเช่าที่ดินเพื่อจัดประโยชน์ 30 ปี โดยให้เสนอค่าเช่าเพื่อดำเนินการจัดประโยชน์ตามพื้นที่ ปีแรกขั้นต่ำไม่น้อยกว่าตารางเมตรละ 648.38 บาท/ปี เป็นเงินค่าเช่าไม่น้อยกว่าปีละ 8,221,459.00 บาท (ไม่รวมค่าภาษีฯ) และจะมีอัตราเพิ่มปีละ 5%


นอกจากนั้นแล้ว ยังมีกำหนดระยะเวลาการปลูกสร้างอาคาร และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี นับแต่วันที่ลงนามในสัญญาเช่าที่ดิน โดยในปีที่ 1 จะปลอดการชำระค่าเช่า ปีที่ 2 จะคิด 25% ของค่าเช่าที่ดินเพื่อจัดหาประโยชน์ในปีแรกตามที่ผู้เสนอราคาเสนอ ส่วนปีที่ 3 จะคิด 50% ของค่าเช่าที่ดินเพื่อจัดหาประโยชน์ในปีตามที่ผู้เสนอราคาเสนอ และสำหรับปีที่ 4 จะคิด 75% ของค่าเช่าที่ดินเพื่อจัดหาประโยชน์ในปีแรกตามที่ผู้เสนอราคาเสนอ


แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การรถไฟฯ ยังกำหนดเงื่อนไขให้ผู้สนใจเสนอโครงการพัฒนาที่ดินเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ พร้อมที่จอดรถ และระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนน ทางเท้า ท่อระบายน้ำ ให้เชื่อมต่อกับของเดิมที่มีอยู่ และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดด้วย ทั้งนี้มูลค่าของโครงการต้องไม่เกิน 550 ล้านบาท ซึ่งจะต้องส่งแบบให้การรถไฟฯ ตรวจสอบ และเห็นชอบก่อน โดยสิ่งปลูกสร้างจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟฯ เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง


ทั้งนี้มีเงื่อนไขด้วยว่า ผู้เสนอโครงการต้องเป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนเต็มจำนวน ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท และต้องมีสถาบันการเงินสนับสนุนเงินในการดำเนินการตามโครงการข้างต้น ไม่น้อยกว่า 275 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ของมูลค่าโครงการ ในกรณีที่มีผู้บุกรุกในพื้นที่ผู้ที่ได้รับสิทธิการเช่าต้องดำเนินการกับผู้บุกรุกที่อยู่ในพื้นที่เช่า โดยเสียค่าใช้จ่ายเองด้วย

ร.ฟ.ท.เล็งดึงที่ดินย่านพหลโยธิน สร้างคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 2 พฤศจิกายน 2551 22:56 น.


โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 2 พฤศจิกายน 2551 22:56 น.

ร.ฟ.ท.เล็งดึงที่ดินทำเลทองย่านพหลโยธินกว่า 200 ไร่ พัฒนาคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ครบวงจร ทั้งศูนย์กลางค้า สปอร์ตคอมเพล็กซ์ สนามไดร์ฟกอล์ฟ พร้อมเปิดทางเอกชนลงทุนในรูปแบบสัมปทาน 30 ปี หวังสร้างรายได้ล้างหนี้

การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เป็นหน่วยงานรัฐที่ถือครองที่ดินทำเลทองมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งร.ฟ.ท.ระบุว่าครอบครองที่ดินมากถึง 2.5 แสนกว่าไร่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ที่มีที่ดินในครอบครองประมาณ 8,155 ไร่ กระจายอยู่ทางทิศเหนือ ตะวันออก และทางทิศใต้ของ กทม.

ที่ดินส่วนใหญ่กระจายอยู่ในย่านธุรกิจ เช่น ถ.รัชดาภิเษก สี่แยกรัชโยธิน พระราม 9 สวนจตุจักร ที่ตั้งของโรงแรมและห้างเซ็นทรัล และที่ดินบริเวณพหลโยธิน ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์ เช่น ให้ที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.)เช่า 48.7 ไร่ ตลาดนัดจตุจักร 78 ไร่ สวนจตุจักร 190 ไร่ และที่บริเวณสนามกอลฟ์รถไฟ 375 ไร่

ขณะเดียวกัน ยังแบ่งให้หน่วยงานราชการเช่าและทำเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ด้วย ประกอบด้วย ดอนเมืองโทลล์เวย์ 42 ไร่ ขสมก. 30 ไร่ สวนหย่อม 30 ไร่ ปตท. 20 ไร่ กปน. 5.7 ไร่ นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.ยังมีโครงการสำรองบ้านพักและกิจการรถไฟ 90 ไร่ บ.ข.ส.เช่าชั่วคราว 70 ไร่ องค์การโทรศัพท์ฯเช่า10ไร่

หากพิจารณาจากจำนวนที่ดินและทำเลที่ตั้งแล้ว ร.ฟ.ท.น่าจะได้รับผลประโยชน์จากที่ดินจำนวนมาก แต่ในทางกลับกันร.ฟ.ท.กลับมีรายได้น้อยมาก เพราะการจัดเก็บค่าเช่าไม่สมเหตุสมผล อีกทั้งการทำสัญญาเช่ากับภาคเอกชนนั้น ส่วนใหญ่ร.ฟ.ท.ถูกเอาปรียบคือ เก็บค่าเช่าถูกมาก แถมยังทำสัญญาเช่าระยาว ขณะที่หากรัฐบาลเป็นผู้เช่า ก็สามารถเก็บค่าเช่าได้ไม่มากนัก เพราะเป็นหน่วยงานของรัฐเหมือนกัน ทั้งนี้ นอกจากการจัดเก็บค่าเช่าที่เสียเปรียบแล้ว ที่ดินหลายแห่งยังถูกบุกรุก ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับร.ฟ.ท.มาก

สำหรับที่ดินบริเวณหลัง บมจ.ปตท.ที่มีอยู่ประมาณ 200 ไร่ ส่วนหนึ่งให้ปตท.เช่า เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์ประหยัดพลังงาน จำนวน 2 อาคาร สูง 30-40 ชั้น ที่ดินส่วนที่เหลือร.ฟ.ท.มีแผนพัฒนาเรียบร้อยแล้ว

อิทธิพล ปภาวสิทธิ์ รองผู้ว่า ร.ฟ.ท.กล่าวว่า ร.ฟ.ท.มีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ย่านพหลโยธิน บริเวณด้านหลังบริษัทปตท. ซึ่งในเบื้องต้นจะพัฒนาเป็นสนามไดรฟ์กอล์ฟและสปอร์ตคอมเพล็กซ์ เช่น มีสนามฟุตบอลในร่ม สนามแบดมินตัน สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ เป็นต้น รวมทั้งมีแผนก่อสร้างเป็นศูนย์การค้า โดยจะย้ายบ้านพักในบริเวณ กม.11

ปัจจุบัน ไปอยู่ในอาคารที่พักโดยร.ฟ.ท.จะสร้างขึ้นเพื่อให้พนักงานอาศัยทดแทน ในพื้นที่ใหม่ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ในพื้นที่ประมาณ 135ไร่ คาดใช้เงินลงทุนสัญญาละ 200 ล้านบาท โดยจะเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุน และให้ผลตอบแทนกับ ร.ฟ.ท. ซึ่งจะทำให้ร.ฟ.ท.มีรายได้เข้าองค์กร และสามารถนำไปชำระหนี้ที่มีจำนวนมากหลายหมื่นล้านบาทด้วย โดยมีแผนที่จะดำเนินการในปี 2552

“ทั้งนี้โครงการนี้น่าจะดำเนินการได้ทันที หากที่ปรึกษาสรุปผลการศึกษาแล้วเสร็จภายในปีนี้ และจะเริ่มก่อสร้างได้ก่อนศูนย์มักกะสันคอมเพล็กซ์ เนื่องจากมักกะสันใช้เงินลงทุนเป็นแสนล้านขณะที่สปอร์ตคอมเพล็กซ์และศูนย์กลางค้าย่านพหลโยธินใช้เงินลงทุนต่อสัญญาประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 สัญญา ประกอบด้วย 1.สนามไดรฟ์กอล์ฟ 2.สปอร์ตคอมเพล็กซ์ และ3.ศูนย์กลางค้า ซึ่งจะเสนอบอร์ด ร.ฟ.ท. เห็นชอบโครงการเร็วๆนี้ ”อิทธิพลกล่าว

สำหรับรูปแบบการลงทุนนั้น อิทธิพลกล่าวว่า จะให้เอกชนเข้ามาลงทุนและเสนอผลตอบแทนให้ร.ฟ.ท.สัญญา 30 ปี หลังจากนั้น สิ่งปลูกสร้างจะตกเป็นของร.ฟ.ท.เช่นเดียวกับอาคารที่ปตท.กำลังก่อสร้างเป็นศูนย์ประหยัดพลังงาน โดยปตท.ใช้งบลงทุนเกือบหมื่นล้านบาท ทั้งนี้ได้มีแบ่งการพัฒนาที่ดินเป็น สนามไดรฟ์กอล์ฟ ใช้พื้นที่ 30ไร่ ศูนย์กลางค้า 60ไร่ และสปอร์ตคอมเพล็กส์ 40 ไร่ แบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟส เฟส แรก เป็นอาคารพลังงานของปตท.ขณะนี้ปตท.กำลังจะดำเนินการเฟส 2 จำนวน 18 ไร่ ซึ่งร.ฟ.ท.จะเสนอให้บอร์ด ร.ฟ.ท.เห็นชอบต่อไป ส่วนเฟส 2 จะเป็นการแบ่งการพัฒนา โดย ร.ฟ.ท. จะทำการเชิญชวนให้เอกชนที่สนใจเข้ามาประมูลเพื่อพัฒนาบ้านพักพนักงาน ศูนย์กลางค้า สปอร์ตคอมเพล็กซ์ โดย ร.ฟ.ท. จะแบ่งบล็อกเพื่อพัฒนาเป็นส่วนๆ เช่น บ้านพักพนักงานร.ฟ.ท.จะอาจจะย้ายไปอยู่อีกฟากหนึ่งโดยจะทำเป็นตึกสูง และพื้นที่เดิมของบ้านพักก็จะพัฒนาเป็นสนามฟุตบอลหรือสวนสีเขียว เป็นต้น

ผู้ว่ารฟท.ผุดบริษัทลูก บริหารที่ดินรถไฟทั่วประเทศ


ไทยรัฐ 2 พ.ย.51

นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าววันนี้ (2 พ.ย.) ว่า ร.ฟ.ท.เตรียมตั้งบริษัทลูกแห่งที่ 2 หลังจากมีแผนจัดตั้งบริษัทลูก เพื่อการเดินรถสำหรับโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือ แอร์พอร์ตลิงค์ ที่จะเปิดให้บริการในปีหน้า เพื่อให้บริษัทลูกของ ร.ฟ.ท.จัดหาเอกชนเข้ามาบริหารพื้นที่แอร์พอร์ตลิงค์ นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.จะเตรียมจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารทรัพย์สินโดยเฉพาะที่ดินของ ร.ฟ.ท.ทั่วประเทศ หลังจากมีการหารือกับสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จนได้ข้อยุติแล้วก็จะมีการเสนอเข้าขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้

ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวต่อถึงแนวทางในการบริหารทรัพย์สิน ว่า นอกจากรายได้ที่ ร.ฟ.ท.จะได้รับจากการให้เช่าที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมพหลโยธิน (โซฟิเทล เซ็นทรัล) ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ตลอดอายุสัญญา 20 ปี ร.ฟ.ท.จะมีรายได้ประมาณ 25,000-30,000 ล้านบาทแล้ว ร.ฟ.ท.จะให้บริษัทบริหารทรัพย์สินที่ตั้งขึ้น หาผู้ลงทุนบริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนในที่ดินของ ร.ฟ.ท. เช่น แผนที่จะให้เอกชนมาลงทุนที่ดินบริเวณย่านกิโลเมตรที่ 11 (กม.11) หรือพื้นที่ใกล้เคียงกับสวนรถไฟในปัจจุบัน ขนาด 130 ไร่ โดยจะมีการปลูกสร้างอาคารที่อยู่อาศัย หรือคอนโดมิเนียม ขนาดอาคารละ 10 ไร่ สูง 10-16 ชั้น อัตราในการขายโครงการในพื้นที่บริเวณย่านดังกล่าว จะมีราคาประมาณ ตารางเมตรละ 28,000 บาท โครงการดังกล่าวจะทำให้ ร.ฟ.ท.มีรายได้เพิ่มอีกประมาณ ปีละ 2,000 ล้านบาท

นายยุทธนา กล่าวต่ออีกว่า ร.ฟ.ท.จะมอบหมายให้บริษัทลูกเข้าพัฒนาที่ดินรถไฟในส่วนของสถานีรถไฟในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ และจำนำร่องใน 125 สถานีที่มีความพร้อมในขณะนี้ โดยจะนำที่ดิน ร.ฟ.ท.รอบๆ สถานีมาปรับปรุง นอกจากการพัฒนาร้านค้า สิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัยแล้วเอกชนที่เข้ามาพัฒนาพื้นที่ดินจะต้องมีการลงทุนสร้างอาคารชุด (แฟลต) บนที่ดินของ ร.ฟ.ท. เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยสวัสดิการของพนักงานการรถไฟทั่วประเทศด้วย

ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวด้วยว่า สำหรับการบริหารจัดการบริษัทลูกที่ดูแลสินทรัพย์ ฝ่ายบริหารทรัพย์สินของ ร.ฟ.ท. ฝ่ายกฎหมายและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจะร่วมเป็นกรรมการบริหารของบริษัทลูกดังกล่าว แต่เมื่อจะมีการทำสัญญาก่อสร้างโครงการใดๆ เอกชนก็จะทำสัญญาโดยตรงกับ ร.ฟ.ท.

ร.ฟ.ท.ไฟเขียวเซ็นทรัลเช่าที่สามเหลี่ยมพหลฯ ต่อ 20 ปี


ข่าวนี้มาจากหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ ฉบับที่ 936 ประจำวันที่ 4-7 ตุลาคม 2551

บอร์ดร.ฟ.ท.ไฟเขียว ต่อสัญาเช่าที่ดินสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน 47.2 ไร่ แก่กลุ่มเซ็นทรัลอีก 20 ปี แลกผลตอบแทนกว่า 2.1 หมื่นล้าน ชี้เร่งลงทุน 2.4 พันล้าน ปรับปรุงอาคาร-โรงแรม-ระบบไฟฟ้า-ลิฟต์-บันไดเลื่อน-ปรับอากาศ-ระบายอากาศ-ตกแต่งภายใน-วิศวกรรมโครงสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธ.ค.51 ก่อนเสนอขออนุมัติ ครม. พร้อมเห็นชอบผลประกวดราคารถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน เตรียมเซ็นสัญญา ก่อสร้างกับยูนิค-ซุนวูต.ค.นี้

นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.ที่มีนายชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ว่า บอร์ดได้คัดเลือกเอกชนแต่งตั้งตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 เสนอให้ต่อสัญญากับบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน จำนวน 47.22 ไร่ รายเดิม และจะหมดสัญญาเช่าในวันที่ 18 ธันวาคม 2551 โดยเป็นการต่อสัญญาอีก 20 ปี แลกกับ ผลตอบแทน 21,298.83 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทเซ็นทรัลฯ จะต้อง ลงทุนปรับปรุงบูรณะพัฒนา อาคารโรงแรม ระบบไฟฟ้า ลิฟต์และบันไดเลื่อน ระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ รวมทั้งงานสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน และวิศวกรรมโครงสร้าง ใช้เงินลงทุน 2,400 ล้านบาท ปรับปรุงให้เสร็จภายใน วันที่ 31 ธันวาคม 2554 หลังจากนี้ ร.ฟ.ท. จะส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา ก่อนเสนอขออนุมัติจาก ครม.

บอร์ดได้อนุมัติตามที่คณะกรรมการมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.การร่วมทุน ที่เห็นชอบให้ต่อสัญญาให้กับผู้รับสัมปทานเดิมคือ บริษัท เซ็นทรัลฯ ที่จะให้ต่ออายุ 20 ปี คิดมูลค่าปัจจุบันที่ 1.1 หมื่นล้านบาท และมีค่าปรับปรุงอาคารอีก 2,400 ล้านบาท และเมื่อนำมารวมกับค่าดอกเบี้ยในอนาคตอีก 5-6% แล้วจะทำให้ ร.ฟ.ท.ได้รับเงินจากสัญญานี้ตลอดระยะเวลา 20 ปี รวม 2.1 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมค่าปรับปรุงอาคาร) อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มเซ็นทรัล มีรายได้เกินกว่าที่ประมาณการไว้ ก็จะแบ่งส่วน แบ่งรายได้ ให้กับ ร.ฟ.ท.อีก 5%ิ นายยุทธนา กล่าว

ทั้งนี้ บอร์ดยังมีมติเห็นชอบผลการประกวดราคาโครงการก่อสร้างรถไฟ ชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่กลุ่มกิจการร่วมค้ายูนิค-ซุนวู (บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ และ บริษัท CHUNWO CONSTRUCTION & ENGINEERING CO.,LTD.) เป็นผู้ชนะการ ประมูลด้วยการเสนอค่าก่อสร้างต่ำกว่าราคากลาง 1,000 บาท โดยราคากลางอยู่ที่ 8,748.40 ล้านบาท

แม้จะมีกลุ่มกิจการร่วมค้ายูนิค-ซุนวู เพียงรายเดียวที่ผ่านเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอราคาได้ แต่บอร์ดร.ฟ.ท.ก็เห็นว่าสมควรเห็นชอบผลการประกวดราคาดังกล่าว เพราะหากเปิดประมูลใหม่จะต้องปรับราคากลางขึ้นอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท อีกทั้งโครงการนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะสร้างประโยชน์ ให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งมีความล่าช้ามามากแล้ว ขั้นตอนจากนี้จะส่งเรื่อง ไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อขอเบิกจ่ายงบที่ได้รับการอนุมัติแล้ว มาดำเนินการก่อสร้าง และรอให้อัยการตรวจสอบร่าง สัญญา พอเสร็จเรียบร้อยก็เซ็นสัญญากับกลุ่มกิจการร่วมค้าฯ ซึ่งผมมั่นใจว่าน่า จะเซ็นได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ จากนั้นก็เดินหน้างานก่อสร้างทันทีิ นายยุทธนา กล่าว

นอกจากนี้ บอร์ดยังมีมติเห็นชอบเปิดประกวดราคา หาที่ปรึกษามาตรวจสอบและออกใบรับรองมาตรฐานแอร์พอร์ตเรลลิงค์ โดยว่าจ้างในราคา 195 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีการคัดสรรไว้แล้ว 4 ราย ที่ต้องยื่นข้อเสนอให้ ร.ฟ.ท. พิจารณา พร้อมกันนี้ ร.ฟ.ท.จะเร่งเสนอ รายละเอียดการจัดตั้งบริษัทเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงค์ให้ครม.พิจารณา เพื่อขออนุมัติงบประมาณมาเป็นทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2551 นี้ เบื้องต้นบริษัทเดินรถ จะประกอบ ด้วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) 1 คน, ผู้บริหารระดับสูง 49 คน และลูกจ้าง ชั่วคราว 450 คน ซึ่ง ร.ฟ.ท.จะเปิดรับสมัครใหม่ทั้งหมด

เราต้องเร่งเรื่องพวกนี้ให้เสร็จแบบเร่งด่วน เพราะแอร์พอร์ตเรลลิงค์จะก่อสร้างเสร็จวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 และเปิดให้บริการ 12 สิงหาคมปีเดียวกัน ซึ่งเบื้องต้นผมจะขอทุนจดทะเบียนบริษัท เดินรถที่ 500 ล้านบาท ตามแผนฟื้นฟูที่ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญเขาศึกษาไว้ก่อน และในอนาคตจะทยอยเพิ่มทุนจดทะเบียน จนถึง 2,000 ล้านบาท เพื่อให้สมดุลกับวงเงินจัดซื้อรถรถไฟฟ้าที่ 7,000 ล้านบาทิ นายยุทธนา กล่าว

ลุ้นรัฐเช่าสร้างรัฐสภาใหม่ การรถไฟฯส่งประกวดที่ดินริมแม่น้ำ 260 ไร่


ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4021 (3221)

วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ รัฐสภาจะชี้ขาดผลการเลือกแปลงที่ดินที่จะนำมาก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้คณะทำงานของรัฐสภา และ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ยกคณะล่องแม่น้ำเจ้าพระยาดูที่ดินบริเวณริมแม่น้ำของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ขนาด 260 ไร่

ว่ากันว่าที่ดินแปลงดังกล่าวนายสมัครถูกตาต้องใจเป็นพิเศษ เพราะทำเลดี ใกล้ริมแม่น้ำ มีข้อเสียเพียงแค่สามารถเข้า-ออกริมถนนเชื้อเพลิงได้เพียงเส้นทางเดียว และต้องเดินทางเข้าไปค่อนข้างลึก

"สมัคร" ปิ๊งทำเลดีติดริมแม่น้ำ

แหล่งข่าวจากการรถไฟฯบอกกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวมีทำเลที่ตั้งที่ดีมาก เพราะติดริมแม่น้ำ โดยด้านทิศเหนืออยู่ติดพื้นที่อนุรักษ์บางกะเจ้า ทิศใต้ติดถนนพระรามที่ 3 ทิศตะวันออกติดถนนพระรามที่ 3 บริเวณวัดช่องลม ทิศตะวันตกติดการท่าเรือแห่งประเทศไทย การคมนาคมสะดวกสบาย ใกล้ทางขึ้นลงทางด่วน สามารถขึ้นทางด่วนมาลงที่ถนนพระรามที่ 3 และพระรามที่ 4 ได้ ถนนสายหลักหลายสายตัดผ่านทั้งถนนพระรามที่ 3, พระรามที่ 4, ถนนเชื้อเพลิง

โดยการรถไฟฯ พร้อมสนองนโยบายเต็มที่ถ้าหากจะเช่าที่ดินสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ เพราะจะทำให้มีรายได้เข้ามาโดยเร็ว ต่างจากการให้เอกชนเช่า ซึ่งต้องเสียเวลาดำเนินการตามขั้นตอน เพราะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ

ร.ฟ.ท.ให้เช่า 30 ปี 1.3 หมื่นล้าน

หากได้รับเลือก การรถไฟฯมีแผนจะให้รัฐสภาเช่าที่ดินแปลงนี้ระยะยาว 30 ปี ไม่รวมอายุสัญญาเช่าระหว่างก่อสร้างอีก 5 ปี และจะให้ส่วนลดค่าเช่าอีก 25% ตีมูลค่าที่ดินตามราคาประเมินตารางวาละ 1 แสนบาท เบ็ดเสร็จการรถไฟฯจะมีรายได้จาก ค่าเช่า 11,080 ล้านบาท

รายละเอียดการให้เช่า การรถไฟฯจะใช้ฐานเดียวกับที่ให้เอกชนเช่า โดยคิดค่าธรรมเนียม 1,462 ล้านบาท แต่ให้ส่วนลด 25% เหลือประมาณ 1,096 ล้านบาท ค่าเช่าระหว่างก่อสร้าง ปีแรกไม่คิด ปีที่ 2 คิด 20% ของค่าเช่าจัดหาประโยชน์หรือประมาณ 36 ล้านบาท ปีที่ 3 คิด 73 ล้านบาท หรือประมาณ 40% ปีที่ 4 คิด 110 ล้านบาท หรือประมาณ 60% และปีที่ 5 คิด 146 ล้านบาท หรือประมาณ 80%

ด้านอัตราค่าเช่าระหว่างจัดหาประโยชน์ในช่วงระยะเวลา 30 ปี จะปรับอัตราค่าเช่าปีละ 5% โดยปีแรกค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 183 ล้านบาท จากนั้นปรับขึ้นปีละ 5% ซึ่งเมื่อคิดผลตอบแทนโดยรวม 30 ปี ในอัตราส่วนลด 25% อยู่ที่ 8,851 กว่าล้านบาท รวมหมดทุกอย่าง เช่น ค่าธรรมเนียม มูลค่าปัจจุบัน ฯลฯ การรถไฟฯคาดว่าจะมีรายได้ตลอดอายุสัญญา 30 ปี โดยรวมประมาณ 13,500 ล้านบาท

บุกคลังน้ำมันสำรวจพื้นที่จริง

ทีมข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ลงสำรวจที่ดินแปลงดังกล่าว พบว่าที่ดินที่การรถไฟฯจะนำเสนอรัฐบาลให้ก่อสร้างอาคารที่ทำการรัฐสภาแห่งใหม่ เดิมบริษัท เชลล์ประเทศไทย จำกัด เช่าใช้ประโยชน์ประมาณ 56.75 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่เหลือนอกนั้นอยู่บริเวณด้านหลังบริษัทเชลล์ รูปแปลงที่ดินเป็นแปลงยาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตลอดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ถือเป็นที่ดินในทำเลที่ดีมาก เพราะมีวิวริมแม่น้ำ จุดบอดมีแค่เรื่องทางเข้า-ออกริมถนนเชื้อเพลิงซึ่งเป็นซอยขนาดเล็กเส้นทางเดียว ซึ่งปัจจุบันบริษัทเชลล์ใช้เป็นทาง เข้า-ออกรถขนส่งน้ำมัน ไม่นับรวมการ เดินทางโดยทางเรือ และทางด่วนพาดผ่านบริเวณทางเข้าพอดี ซึ่งส่วนนี้อาจจะกลายเป็นข้อด้อย เพราะเมื่อสร้างรัฐสภาแล้วอาจจะไม่สง่างาม อาจต้องอัดฉีดงบฯก่อสร้างถนนทางเข้าแห่งใหม่เพิ่มความสะดวกสบาย อีกก้อนหนึ่ง

นอกจากนี้บริเวณปากทางเข้ายังมีชุมชนเชื้อเพลิงที่อยู่อาศัยมาเป็นเวลานานแล้วอีกกว่า 1,000 ครัวเรือน ดังนั้นหากจะมีการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่จริงๆ ก็อาจต้องทำใจเตรียมรับปัญหาการคัดค้านการรื้อย้ายชุมชนที่จะตามอีกทางหนึ่งด้วย

คลังน้ำมันคลองเตยมีปัญหาเสนอ ขส.ทบ. เกียกกาย สร้างสภาฯ ใหม่แทน


นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฏร คนที่ 1 กล่าวถึงผลการประชุมพิจารณาเลือกสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ว่า ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปสถานที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โดยที่ดินคลังน้ำมันคลองเตยของการรถไฟแห่งประเทศไทย ติดปัญหา 3 ด้าน คือ ชุมชนแออัดที่อยู่รอบพื้นที่ สหภาพแรงงานการรถไฟฯ มีความเห็นคัดค้าน เนื่องจากต้องการใช้พื้นที่สร้างโครงการอื่น และปัญหาเรื่องราคาที่การรถไฟฯ ตั้งราคาค่าเช่าในระยะเวลา 30 ปี ไว้สูงหลักหมื่นล้านบาท ที่ประชุมจึงเสนอพื้นที่ของกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) เกียกกาย จำนวน 119 ไร่ เข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง โดยที่ประชุมให้ความสนใจ และนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับปากจะไปเจรจากับกระทรวงกลาโหม เพื่อขอให้ลดวงเงินค่าชดเชยที่จะต้องจ่ายให้กองทัพลง รวมถึงหาพื้นที่ย้ายโรงเรียนโยธินบูรณะ และพื้นที่รองรับที่อยู่ของกำลังพล โดยขณะนี้ความเป็นไปได้สูงที่จะเลือกที่ดินของ ขส.ทบ. เกียกกาย ขณะที่ที่ดินคลังแสง นนทบุรี ที่ประชุมยังไม่ตัดทิ้ง โดยได้กำหนดให้เป็นพื้นที่สำรองแทน.-สำนักข่าวไทย 7/7/2008

กฎหมายข้างตัว : เรื่องเช่าที่รถไฟ


โดย:พิสิษฐ์ พลรักษ์เขตต์ จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์


วันนี้ขออนุญาตคุยกับพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวการรถไฟแห่งประเทศไทย ฐานชอบพอกันมานาน ในฐานะผู้โดยสารขาประจำปัจจุบันที่ในอดีตเป็นทั้งแฟนฟุตบอลทีมสโมสรการรถไฟ ถ้วย ข และค่ายมวย ร.ฟ.ท. ขาใหญ่ของราชดำเนิน ลุมพินี สมัยสามสิบสี่สิบกว่าปีที่แล้ว หน็อยแน่เล่นเอามวยตัวเอกซุ่มเงียบไปล่าเงินรางวัลสนามมวยบ้านนอก ด้วยเหตุนี้มวยดังงานวัดเพื่อนกระผมจึงจำบ้านเลขที่ตนเองไม่ได้ ขนาดลงมาจากเวทีตั้งนานแล้วนะนั่น อารยะขัดขืนอีซ้ายตรงของคุณพี่ ร.ฟ.ท. ไม่ไหว นอนดีฝ่า วันนี้จึงขอสนองศรัทธาคนกันเองด้วยการวิสาสะกันสองสามเรื่อง เรื่องแรกอยู่ในประเภทร้องบ่น ท่านผู้อ่านแฟนพันธุ์แท้การรถไฟเหมือนกันอีเมลบ่นมาว่าราคาอาหารตู้เสบียงแพงมาก ความอร่อยอยู่ในระดับกินแก้หิวเท่านั้นหาความเพลิดเพลินเหมือนสมัยก่อนมิได้ ในอดีตนั้นอย่าว่าแต่อาหารตู้เสบียงเลยขอรับ ระดับตะโกนขายที่ชานชาลาสถานียังเชลล์ชวนชิม ราคงราคาสมควรแก่เหตุ อุปกรณ์ห้องน้ำชำรุดแตกหัก ขนาดตู้นอนชั้นหนึ่ง ชั้นสองนะเนี่ย ไม่ต้องพูดถึงชั้นสาม เรื่องที่สองเป็นเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับกฎระเบียบการห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นตู้โดยสารว่าได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรบ้าง อันนี้กระผมเจอด้วยตัวเองสองสามหนแล้ว สาว ๆ นำลูกหมาตัวน้อยไปนอนร่วมตู้นอนปรับอากาศ เหตุเกิดตอนรุ่งอรุณเมื่อผู้โดยสารทุกคนได้กลิ่นตุ่ย ๆ อบอวลทั้งตู้และพบว่าเจ้าของหมากำลังก้มหน้าก้มตาเช็ดส่วนเกินของลูกหมายามเช้า ก็ดมกันไปไม่มีปัญหา แต่เกรงว่าสักวันหนึ่งผัวงู เมียงูท่านมีเหตุต้องเดินทางแล้วนำคู่ของท่านไปด้วย ตัวใครตัวมันนะโยม คอยนับจำนวนผู้โดยสารให้ครบตอนเช้าก็แล้วกัน เรื่องที่สาม คราวนี้เป็นคดีความครับผม เข้ากับความจากเสาร์ที่แล้วกรณีคดีเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองที่มีกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหนึ่งปีเป็นห้าปีนับตั้งแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ไม่มีเหตุให้ผู้โดยสารต้องการฟ้องคดีหรอกครับ แต่เป็นคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดกรณีสัญญาทางปกครองหรือสัญญาทางแพ่งดังกล่าว คดีนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยในฐานะที่รู้กันดีว่าท่านเป็นเจ้าของที่ดินทำเลทองเยอะแยะไปหมด ใคร ๆ ก็อยากเช่าที่ของการรถไฟทั้งนั้น เผอิญมีเหตุว่าการรถไฟไปบอกเลิกสัญญาเช่าและฟ้องขับไล่เอกชนผู้เช่ารายหนึ่งเนื่องจากผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า จึงเป็นทีของผู้เช่าช่วงจากผู้เช่ารายนั้นยื่นเรื่องขอเช่ากับการรถไฟโดยตรง แถมบรรยากาศก็เอื้ออำนวยซะด้วย เพราะทราบมาเป็นการภายในว่าคณะกรรมการพิจารณาการเช่ามีมติเห็นชอบให้ผู้เช่าช่วงผู้แสนจะโชคดีรายนี้ได้เช่าต่อ โนพลอมเพลม แต่อนิจจังไม่เที่ยง โหรดังยังทายผิด ผู้เช่าช่วงรายนี้ต้องกลายเป็นผู้ฟ้องคดีไปในที่สุดเพราะการรถไฟผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉยไม่ทำสัญญา มิหนำซ้ำยังทำการรื้อถอนสำนักงานตลอดจนที่พักอาศัยในที่ดินที่จะขอเช่าแบบไม่สนผู้ใด ผู้เช่าช่วงจึงฟ้องต่อศาลปกครองขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยผู้ถูกฟ้องคดีทำสัญญาเช่าตามมติของคณะกรรมการพิจารณาการเช่า และขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินพิพาท ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องไว้พิจารณา ท่านว่าเป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิครอบครองและสิทธิการเช่าที่ดินอันเป็นนิติกรรมทางแพ่ง มิได้เป็นนิติกรรมทางปกครองอันอยู่ในเขตอำนาจศาล ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่ามติของคณะกรรมการพิจารณาการเช่าย่อมผูกพันผู้ถูกฟ้องคดี ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า นิติกรรมที่หน่วยงานทางปกครองกระทำกับเอกชนอาจมีทั้งนิติกรรมทางปกครองหรือนิติกรรมทางแพ่งก็ได้ กรณีนี้ผู้ฟ้องคดีจะนำทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดีไปจัดหาประโยชน์เพื่อพัฒนาทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์และเพิ่มพูนรายได้จึงเป็นการดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ผู้ฟ้องคดีทำคำเสนอขอเช่าจึงเป็นกระบวนการหรือขั้นตอนที่นำไปสู่การทำสัญญาเช่า ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความสมัครใจในการเข้าทำสัญญา และคู่สัญญาอยู่ในฐานะเท่าเทียมกัน อันเป็นนิติกรรมทางแพ่ง มิใช่กรณีพิพาทเกี่ยวกับคดีปกครองอันอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง นอกจากนั้นมติของคณะกรรมการพิจารณาการเช่าเป็นเพียงการดำเนินการภายในของผู้ถูกฟ้องคดี มิได้มีผลกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีอันจะถือเป็นคำสั่งทางปกครอง และการเช่าที่ดินดังกล่าวจะต้องผ่านกระบวนการตามระเบียบการให้เช่าของผู้ถูกฟ้องคดี ดังนั้น แม้คณะกรรมการพิจารณาการเช่าจะมีมติดังกล่าวหรือไม่ ก็ ไม่มีผลผูกพันผู้ถูกฟ้องคดี ที่จะต้องปฏิบัติตามมตินั้นแต่อย่างใด มีคำสั่งไม่รับฟ้องยืนตามศาลปกครองชั้นต้น (คำสั่งที่ ๔๗๘/๒๕๔๘) ต้องไปฟ้องที่ศาลยุติธรรมครับผม.

รฟท.แจ้งความเอาผิดผู้บุกรุกที่ดินหน้า ม.หาดใหญ่


ผู้จัดการออนไลน์ 28 กันยายน 2551 17:21 น.


ตัวแทนของการรถไฟแห่งประเทศไทยนำหลักฐานการบุกรุกที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุกที่ดินของการรถไฟหน้า มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ โดยปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัยจำนวน 38 ราย ในข้อหาบุกรุกที่ดินราชการ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบหลักฐานพร้อมกับภาพถ่ายที่ดินซึ่งถูกบุกรุกและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเจ้าหน้าที่รถไฟเผยว่าปัจจุบันมีผู้บุกรุกที่ดินของการรถไฟในเขตพื้นที่ อ.หาดใหญ่ กว่า 3 พันราย และกำลังอยู่ระหว่างการแจ้งความดำเนินคดี สำหรับปัญหาหลักที่ยังคงมีการบุกรุกที่ดินของการรถไฟนั้น เนื่องจากส่วนหนึ่งเมื่อถูกดำเนินคดีในชั้นศาลและศาลให้รอลงอาญาผู้กระทำผิดจะกลับมาเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองที่ดินใหม่และบุกรุกต่อ

คมนาคมพร้อมคืนที่ดินไม่ใช้ประโยชน์


ก.คมนาคม 24 ก.ค.51 - นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เร่งสำรวจที่ดินที่อยู่ในความดูแลที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ส่งมอบให้กรมธนารักษ์ เพื่อนำไปให้เกษตรกรเช่าปลูกพืชพลังงานทดแทนตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติพลังงานในอนาคต โดยเฉพาะที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมทางหลวง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าที่ดินของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม แม้ว่าจะมีจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินที่มีความจำเป็นต้องใช้ในอนาคต เพื่อรองรับการก่อสร้างทางตามความต้องการของประชาชน ดังนั้น หน่วยงานเหล่านี้จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนการใช้ประโยชน์อย่างรอบคอบ โดยที่ดินที่จะนำมาคืนให้กับกรมธนารักษ์นั้น ต้องเป็นที่ดินที่เห็นว่าไม่ได้นำมาใช้จริง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเวนคืนที่ดินภายหลัง นอกจากนี้ นายสันติ กล่าวถึงการมอบนโยบายให้กับนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ รฟท.คนใหม่ ว่า ภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการสะสาง คือ โครงการต่าง ๆ ที่ค้างมานาน เช่น โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟฟ้าชานเมือง โครงการซ่อมบำรุงทางรถไฟ รวมถึงการเตรียมจัดตั้งบริษัทเดินรถและบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพราะแม้ว่างานหลักของ รฟท. จะเป็นการให้บริการประชาชน แต่งานด้านการบริหารสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่ทำให้ รฟท. มีรายได้ก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ นายสันติ กล่าวถึงการอนุมัติขึ้นค่าผ่านทางของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียด ขอเวลาศึกษาก่อนว่าขึ้นตามสัญญา หรือขึ้นเพราะสาเหตุใด จึงสามารถให้ความเห็นต่อไปได้.-สำนักข่าวไทย